แบงก์วอนลูกค้าเปิดเผยใบหน้า เตรียมพัฒนาระบบไอที

วัวหายล้อมคอก!ธ.ไทยพาณิชย์เผยไม่มีระเบียบให้ถอดหน้ากากอนามัย ในช่วงที่เข้าทำธุรกรรมทางเงิน ยกเว้นถอดแว่นตาดำ-หมวกกันน็อค หวั่นถูกลูกค้าร้องเรียน วอนขอความร่วมมือลูกค้าเปิดเผยหน้าแท้จริง นายพงษ์สิทธิ   ชัยฉัตรพรสุข  รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดการป้องอาชญากรรมทางการเงิน  ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือเอสซีบี  เปิดเผยถึงกรณีน.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี

ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติฉกบัตรปชช.เปิดบัญชี 9 บัญชีจาก 7 ธนาคารและตกเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกงว่า  ปกติถ้าลูกค้ามาเปิดบัญชีพนักงานสาขาก็จะขอบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อแสดงตัวตนแท้จริง  โดยที่เจ้าหน้าที่จะไม่รู้ว่าบัตรประชาชนใบนั้นเป็นบัตรเก่าหรือบัตรใหม่  หรือเป็นบัตรที่ยกเลิกใช้ไปแล้ว แม้ว่าจะมีการทำเซ็นเอ็มโอยู ร่วมกับกรมการปกครองเชื่อมต่อข้อมูลทะเบียนราษฏร์ ซึ่งจะรู้เพียงว่าบัตรประชาชนใบนี้มีชื่อที่อยู่จริงหรือไม่ ด้วยการอ่านผ่านชิฟในบัตรประชาชนเท่านั้น แตกต่างจากบัตรเครดิตหากมีการยกเลิกบัตรใบแรกและนำบัตรเครดิตใบที่สองมาใช้เราจะรู้ทันที  เนื่องจากระบบไม่มีการเชื่อมต่อข้อมูลเหมือนบัตรเครดิตหากจะทำในลักษณะดังกล่าวต้องมีการพัฒนาด้านระบบไอทีเพิ่ม สำหรับกรณีที่ลูกค้าสวมหน้ากากอนามัยเข้ามาเปิดบัญชีนั้น นายพงษ์สิทธิ์ กล่าวว่า  ที่ผ่านมาไม่ได้มีกฏระเบียบห้ามไม่ให้สวมหน้ากาก ยกเว้นเรื่องการสวมแว่นตาดำ  และหมวกกันน็อคเท่านั้น  เพราะจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการร้องเรียนที่ตามมาได้  แต่หลังจากที่มีกระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นทางธนาคารฯ ก็ต้องขอความร่วมมือกับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ ถอดหน้ากากอนามัยออกในช่วงที่ทำธุรกรรมในธนาคาร และหากลูกค้ารายใดไม่ถอดก็แสดงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ “ปัญหาที่เกิดขึ้นถือว่ามีสัดส่วนที่น้อยหากเทียบกับคนที่แสดงตัวตนจริงเปิดบัญชีและขายบัญชีให้กับกลุ่มมิจฉาชีพในราคา 500-1,000 บาทต่อบัญชี ซึ่งระบาดหนักถือว่ามีเจตนาทุจริตมีความผิดตามกฏหมาย โดยปัญหานี้ถือว่าน่ากังวลมาก  โดยทางธนาคารได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด”นายพงษ์สิทธิ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews